การพิมพ์คุณภาพคุ้มค่า (Value Quality Printing) การพิมพ์คุณภาพคุ้มค่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจในสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้การพิมพ์ระดับนี้กับบรรจุภัณฑ์โปรโมชั่น สินค้าที่จะเปิดตัวใหม่เพื่อทดสอบตลาด หรือวัสดุสื่อการโฆษณาและการส่งเสริมการขายการพิมพ์คุณภาพคุ้มค่าสามารถทำการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องที่จำนวนน้อยในราคาที่เหมาะสม ทำให้ไม่เสียเงินลงทุนจมไปกับบรรจุภัณฑ์กล่อง หากบรรจุภัณฑ์หมดก็สามารถเปลี่ยนแบบพิมพ์เปลี่ยนขนาด และทำการสั่งใหม่ได้ตามต้องการ ในระยะเวลาผลิตที่สั้น หมดแล้วก็สามารถทำการสั่งใหม่ได้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงการพิมพ์คุณภาพคุ้มค่าไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ในการผลิต ทำให้สีของหมึกพิมพ์มีความฟุ้งกว่าระบบการผลิตที่มีแม่พิมพ์ ขนาดตัวอักษรที่แนะนำจึงควรใหญ่พอที่จะอ่านได้อย่างชัดเจน การออกแบบลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ควรเน้นที่การใช้เส้นกราฟิก และไม่ควรใช้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดมาก เนื่องจากการพิมพ์คุณภาพคุ้มค่าอาจจะไม่สามารถเก็บรายละเอียดงานได้ทั้งหมดสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาเพิ่มเติมก่อนการสั่งซื้อได้ที่https://www.locopack.co/th/articles/28การพิมพ์คุณภาพปานกลาง (Moderate Quality Printing)การพิมพ์คุณภาพปานกลางเป็นการหาสมดุลระหว่างความคุ้มค่าและคุณภาพ มีความชัดเจนและรายละเอียดที่ดี ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้การพิมพ์ระดับนี้กับบรรจุภัณฑ์โปรโมชั่น แพคเกจจิ้งสินค้าที่เน้นความโดดเด่นสวยงามการพิมพ์คุณภาพปานกลางเป็นทางเลือกที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มทำธุรกิจที่ต้องการผลิตบรรจุภัณฑ์ แพคเกจจิ้งสินค้าจำนวนน้อยได้ ไม่มีค่าแม่พิมพ์ ทำให้ไม่เสียเงินลงทุนจมไปกับบรรจุภัณฑ์กล่อง หากบรรจุภัณฑ์หมดก็สามารถเปลี่ยนแบบพิมพ์เปลี่ยนขนาด และทำการสั่งใหม่ได้ตามต้องการในระยะเวลาผลิตที่สั้น หมดแล้วก็สามารถทำการสั่งใหม่ได้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงการพิมพ์คุณภาพปานกลางไม่ต้องมีการใช้แม่พิมพ์ พิมพ์สีได้สดใส พบความฟุ้งของหมึกพิมพ์ได้ จึงแนะนำให้ใช้ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถอ่านได้ชัดเจน การออกแบบลวดลายสามารถใช้เป็นลายเส้นกราฟฟิกได้ หรือภาพจริงขนาดใหญ่จึงสามารถเก็บรายละเอียดของงานได้
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาเพิ่มเติมก่อนการสั่งซื้อได้ที่https://www.locopack.co/th/articles/28การพิมพ์คุณภาพสูง (High Quality Printing)การพิมพ์คุณภาพสูงเป็นการพิมพ์ที่เน้นความละเอียดของภาพ มีความแม่นยำที่สูง ระยะความคลาดเคลื่อนน้อยกว่าระบบการพิมพ์อื่นๆ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้การพิมพ์ระดับนี้กับบรรจุภัณฑ์แพคเกจจิ้งสินค้าที่เน้นความพรีเมียม งานละเอียดการพิมพ์คุณภาพสูง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการออกบบรรจุภัณฑ์ แพคเกจจิ้งที่พร้อมกระจายออกสู่ตลาด การพิมพ์จะมีการทำแม่พิมพ์ การพิมพ์สีมาตรฐาน 4 สี CMYK จะเป็นสีมาตรฐาน แต่ผู้ประกอบการสามารถกำหนดสีพิมพ์พิเศษ หรือสี pantone ได้ โดยการแสดงสีของงานพิมพ์ CMYK จะแตกต่างจากสีพิเศษหรือสี pantone และการพิมพ์สีพิเศษก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงต้องทำการติดต่อ admin เพื่อทำใบเสนอราคาเป็นพิเศษให้ การเตรียมงานจะมีขั้นตอนในการเตรียมแม่พิมพ์สำหรับผลิต จึงควรเผื่อระยะเวลาผลิตเอาไว้ประมาณ 12-24 วัน การพิมพ์คุณภาพสูงเน้นความคมชัดและรายละเอียดของการพิมพ์ ไฟล์ที่นำส่งพิมพ์จึงมีความสำคัญมาก แนะนำให้ใช้ภาพที่มีความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi เพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่ออกมามีความคมชัด กราฟฟิกสีสดใสและภาพที่แท้จริง การพิมพ์คุณภาพสูงเหมาะสำหรับงานตลาดที่มีคุณภาพสูง การบรรจุภัณฑ์สินค้าหรูหราและวัสดุโปรโมชั่นที่ต้องการการสร้างสรรค์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาเพิ่มเติมก่อนการสั่งซื้อได้ที่https://www.locopack.co/th/articles/28Value quality printing Value quality printing is a great option for businesses in today's economic and competitive environment. Entrepreneurs can choose this level of printing for promotional packaging, new product launches to test the market, or advertising and sales promotion materials.Value quality printing can produce packaging boxes in small quantities at an affordable price, ensuring that investment is not lost in packaging. If the packaging runs out, it can be reprinted in different sizes and designs according to needs. In short production timeframes, reordering is also feasible, making it suitable for markets with high variability.Value quality printing does not require printing plates, resulting in ink colors being more vibrant compared to systems using printing plates. The recommended font size should be large enough for clear readability. Designs on packaging should focus on using graphic lines and avoid highly detailed photographs because value quality printing may not retain all the details.For more information and further consultation before placing an order, please visit https://www.locopack.co/th/articles/28Moderate Quality PrintingModerate quality printing strikes a balance between affordability and quality. It offers clarity and good detail, making it suitable for promotional packaging and aesthetically pleasing product packaging.Moderate quality printing is recommended for startups or businesses looking to produce small quantities of packaging without incurring plate costs. This prevents investment loss in packaging, and if packaging runs out, it can be reprinted in different sizes and designs as needed. This flexibility makes it suitable for markets with high variability.Moderate quality printing does not require printing plates, resulting in vivid ink colors. It is advisable to use larger font sizes for clear readability. Designs on packaging can utilize graphic lines or large-scale realistic images, allowing for retention of detail.For more information and additional consultation before placing an order, please visit https://www.locopack.co/th/articles/28 https://www.locopack.co/th/articles/28High Quality PrintingHigh quality printing emphasizes image detail, accuracy, and minimal deviation compared to other printing systems. Businesses can choose this level of printing for premium packaging or detailed product packaging.High quality printing is a great option for businesses looking to launch packaged goods ready for market distribution. This type of printing involves plate-making and standard CMYK color printing. However, businesses can opt for special ink colors or Pantone colors, which may incur additional costs. Therefore, they need to contact the administrator for a special price quote. Preparing the printing process involves creating printing plates for production, so a production lead time of approximately 12-24 days should be anticipated.High quality printing focuses on sharpness and detail. Therefore, it's essential to submit files with high-resolution images, preferably at least 300 dpi, to ensure clear and detailed prints. This type of printing is suitable for high-quality market products, luxurious product packaging, and promotional materials requiring the utmost credibility.For more information and further consultation before placing an order, please visit https://www.locopack.co/th/articles/28สนใจผลิตสินค้ากับเราติดต่อได้ที่Facebook : https://bit.ly/3IOiEXPLINE : @locopackWebsite: https://bit.ly/3MJG0iB #กล่องลูกฟูก #กล่องกระดาษแข็ง #สั่งผลิตกล่อง #กล่องพิมพ์แบรนด์ #แค่มีโลโก้ก็มีบรรจุภัณฑ์สวยๆได้ #แพกเกจจิ้งสวยสวย #กล่องลูกฟูก #กล่องกระดาษแข็ง #สั่งผลิตกล่อง #กล่องพิมพ์แบรนด์ #แค่มีโลโก้ก็มีบรรจุภัณฑ์สวยๆได้ #giftset #กล่องก๊ฟเซ็ต #กล่องของขวัญ #NewYearGiftset #ปีใหม่ #ธุรกิจ #SMEs #เจ้าของธุรกิจ #SmallBusiness #SupportSmallBusiness #NewYearNewBeginnings #CustomPackaging #BrandPackaging
บทความที่เกี่ยวข้อง
แพกเกจจิ้งออกแบบ
12 May 2020
คือเรื่องง่ายที่ใครก็รู้
แต่คำถามที่ว่า “จะออกแบบแพคเกจจิ้งแบบไหนให้ออกมาดี?”
นี่สิ คือเรื่องยาก ที่คุณต้องหาคำตอบ
ดังนั้นสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่อยากดีไซน์แพคเกจจิ้งดีๆเพื่อสินค้าคุณ
แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร คุณมาถูกทางแล้วครับ
สำหรับปัญหาข้อนี้ LocoPack มีทางออกให้กับคุณ
เพียงลองตอบคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้ให้ได้ เพราะถ้าตอบได้แล้วก็จะสามารถทราบได้ในทันที
ว่าแนวทางเพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าของคุณควรเป็นอย่างไร
1. สินค้าของคุณคืออะไร?ก่อนอื่นเพื่อกำหนดลักษณะโดยรวมของแพคเกจจิ้ง ลองพิจารณากันก่อนครับ
ว่าสินค้าของคุณเป็นสินค้าประเภทไหน ทำจากอะไร ขนาดเท่าไร ความคงทนเป็นอย่างไร
เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการออกแบบแพคเกจจิ้งทั้งสิ้น
ในขณะที่สินค้าเปราะบางแตกง่าย ต้องการบรรจุภัณฑ์มั่นคงแข็งแรง รองรับการกระแทกขณะขนส่ง
สินค้ารูปทรงแปลกตา อาจต้องการบรรจุภัณฑ์ออกแบบพิเศษที่พิถีพิถันมากกว่าการเลือกใช้กล่องรูปทรงธรรมดา 2. ใครคือผู้ซื้อสินค้า?ผู้ชาย ผู้หญิง เด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ ใครคือกลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณ?
เพราะกลุ่มคนแต่ละกลุ่ม ย่อมถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์ของแพคเกจจิ้งที่แตกต่างกัน
ในขณะที่แพคเกจจิ้งสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่หรือสูงวัย ควรเป็นการดีไซน์แบบง่าย และมีตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นข้อความได้ชัดเจน การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดูเปรี้ยวเท่หรูหราก็สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ามีฐานะที่ชอบความโก้หรูดูดี
ดังนั้นการทราบก่อนว่าผู้ซื้อสินค้า คือกลุ่มบุคคลประเภทไหน เราก็จะสามารถกำหนดทิศทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น3. สินค้าจะถูกจำหน่ายอย่างไร ?ลองพิจารณาสักนิด สินค้าของคุณนั้นถูกจำหน่าย ซื้อขายในช่องทางไหน
เป็นการตั้งสินค้าหน้าร้าน ซื้อมาจำหน่ายไปแบบปกติ หรือผ่านการสั่งซื้อออนไลน์?
เมื่อสถานที่ขายสินค้าต่าง กลยุทธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ต่างกัน
หากเป็นการวางสินค้าบนชั้นวาง มีคู่แข่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน
สินค้าของคุณต้องการบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อดึงดูดสายตา
แต่ถ้าสินค้าของคุณเน้นช่องทางการขายบนโลกออนไลน์
คุณก็ต้องมองหาการออกแบบแพคเกจจิ้งที่ให้ความสะดวก
และเหมาะสมกับการขนส่งทางไกลมากกว่าภาพลักษณ์แพคเกจจิ้งที่ต้องโดดเด่นกว่าใครCredit: 99designs
แพกเกจจิ้งออกแบบ
12 May 2020
ต่อจากคราวก่อน ที่เราได้ให้แนวทางการออกแบบแพคเกจจิ้ง
ผ่าน 3 คำถามสำคัญ ที่ต้องตอบได้ก่อนเริ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์กันไปแล้ว
สำหรับบทความในวันนี้ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้กับเจ้าของแบรนด์ที่อยากออกแบบแพคเกจจิ้งดีๆ
ที่จะช่วยเพิ่มยอดไลค์ อัพยอดขายสินค้าและบริการของคุณให้ได้
LocoPack ขอกระเถิบลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันอีกสักหน่อยนะครับ
โดยขอพูดต่อกันถึง “ข้อมูลที่คุณต้องมีพร้อม” เพื่อการสร้าง
และผลิตแพคเกจจิ้งดีๆ พร้อมใช้งานที่จะออกมาตรงใจผู้ขาย และถูกใจผู้ซื้อได้อย่างแน่นอน
1. ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เพราะสินค้าและแพคเกจจิ้ง คือสื่อสำคัญเพื่อการโปรโมทแบรนด์ของคุณสู่สายตาของลูกค้าและผู้พบเห็น
ดังนั้นการออกแบบแพคเกจจิ้งจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดอัตลักษณ์ของแบรนด์
โดยก่อนการเริ่มออกแบบ คุณควรมีข้อมูลเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ดังต่อไปนี้ครบถ้วนกันเสียก่อน
สีหลัก เฉดสีที่เลือกใช้: ชื่อสี โค้ดสี
ฟ้อนต์ตัวอักษร: ให้ระบุการใช้ให้ชัดเจน อาทิ ตัวหนาสำหรับหัวข้อ ตัวเล็กบางสำหรับข้อมูลทั่วไป
โลโก้ของแบรนด์: จัดเตรียมประเภทไฟล์ที่เหมาะสม เพื่อการจัดพิมพ์
2. ข้อมูลที่ต้องมีบนแพคเกจจิ้ง แต่ละประเภทสินค้า แต่ละแบรนด์ ย่อมมีข้อมูลเพื่อการปริ้นท์บนแพคเกจจิ้งแตกต่างกันไป
ดังนั้นเพื่อสร้างแพคเกจจิ้งตรงใจ สามารถใช้งานได้จริง การมีข้อมูลในส่วนนี้ไว้ครบถ้วนก่อนจึงสำคัญมากนะครับ
ทั้งนี้ข้อมูลที่ต้องมีเพื่อระบุบนแพคเกจจิ้ง ก็ได้แก่
ข้อความ: เช่น ชื่อสินค้า คำขวัญ คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับสินค้า
รูปภาพ: ไม่ว่าจะภาพพรีเซนเตอร์ ภาพส่วนประกอบ หรือภาพสินค้า ขอให้จัดเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนเริ่มต้นการออกแบบ
เครื่องหมายที่จำเป็น: อาทิ บาร์โค้ด เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองจากภาครัฐ
ข้อมูลอื่นๆ: อาทิ ข้อมูลตามกฎหมาย ที่อาจต้องเปลี่ยนแปลงภายหลัง หรือยังเป็นข้อมูลที่ไม่แน่นอน (ซึ่งคุณไม่อาจจำเป็นต้องปริ้นท์ลงบนแพคเกจจิ้งโดยตรง แต่อย่าลืมเหลือเนื้อที่ สำหรับการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนนี้ เช่นพื้นที่เพื่อแปะสติ๊กเกอร์ หรือปริ๊นท์ลงในภายหลังด้วยนะครับ)
3. แบบที่ชอบ สไตล์ที่ใช่ ขอให้รวบรวมแพคเกจจิ้งที่ชอบ เห็นทีไรถูกใจทุกทีไว้เลยนะครับ
เลือกเก็บไว้หลายๆแบบ อาจใช้วิธีการถ่ายภาพ ครอปภาพมาไว้ก็ได้
นอกจากนี้ลองนึกถึงวัสดุสำหรับทำแพคเกจจิ้งของคุณด้วย เพราะข้อมูลของแบบแพคเกจจิ้งที่ชอบ
จะสามารถนำมาประยุกต์รวมกัน หรือให้ไอเดียแก่ผู้ออกแบบ เพื่อสร้างเป็นแพคเกจจิ้งในฝันให้กับแบรนด์ของคุณได้นั่นเอง 4. งบประมาณ งบประมาณการผลิต และต้นทุนของแพคเกจจิ้ง คืออีกข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มลงมือออกแบบ
ทั้งนี้ต้นทุน หรือเรื่องเงินๆทองๆของการผลิตแพคเกจจิ้งที่ว่า จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ
ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อการออกแบบ ครอบคลุมถึง ค่าจ้างออกแบบ ค่าแม่พิมพ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ มักจ่ายกันเพียงครั้งเดียวเพื่อการใช้ที่ยาวนาน
ต้นทุนต่อชิ้น ซึ่งรวมถึงค่าวัสดุและค่าแรงงานที่ใช้ต่อแพคเกจจิ้งหนึ่งชิ้น
นอกจากนี้ อย่าลืมว่า งบประมาณที่ถูกกว่าใช่ว่าดีกว่าเสมอไป เพราะการใช้วัสดุคุณภาพดี การออกแบบมีคุณภาพ จะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าให้ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์คู่แข่งอย่างไรก็ตาม การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดี ให้มีภาพลักษณ์เตะตา น่าดึงดูด ที่คำนึงถึงความเหมาะสม และถูกใจทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายก็สามารถทำได้ในราคาประหยัด และต้นทุนที่ถูกกว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ความคิด ไอเดียและความเชี่ยวชาญในการออกแบบแพคเกจจิ้งนั่นเอง
Credit: 99designs
ธุรกิจ
12 May 2020
เชื่อว่าหลายๆคนที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการให้ได้สักครั้งในชีวิต
อยากจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง... เพื่อขายสินค้าที่ตนชื่นชอบและสนใจ
ยังวนเวียนอยู่กับความคิดที่ว่า “เป็นเจ้าแบรนด์เองนั้นทำยาก” “ไม่ทราบขั้นตอน” หรือ “ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี” จนไม่ได้เริ่มต้นจริงๆจังๆกันเสียที
เพื่อช่วยให้คุณได้ “เริ่มต้น” กันได้และไขข้อข้องใจเพื่อก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์
สินค้าในหมวดหมู่เครื่องสำอาง
LocoPack เราได้ทำการสืบค้นและรวบรวมมาให้คุณกันแล้วครับ
กับบทสรุป 10 ขั้นตอนง่าย สู่การเป็นเจ้าแบรนด์เครื่องสำอาง
1. วางแผนภาพรวมวางแผนกว้างๆกันก่อนครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกผิด เพราะสเต็ปแรกสุดนี้เป็นเพียงการวางแผนในภาพรวมที่สามารถปรับเปลี่ยนกันได้ในลำดับต่อไป ซึ่งในขั้นตอนนี้ขอให้คุณได้ลองคิด หรือจดโน๊ตย่อสั้นๆออกมากันก่อนว่าต้องการขายสินค้าชนิดไหน มีความโดดเด่นในด้านใด ต้องการขายสินค้าแก่ลูกค้ากลุ่มใด โดยอาจอิงเอาจากสินค้าที่ตนเองสนใจ ชื่นชอบ หรือมองว่ามีโอกาสเติบโต นอกจากนี้อย่าลืมวางแผนเรื่องต้นทุนไว้คร่าวๆ เพราะขั้นตอนต่อๆไป จะต้องนำเรื่องต้นทุนที่วางแผนไว้มาประกอบการพิจารณา 2. ศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเวลา เงินที่อาจเสียไปถ้าสินค้าที่คิดไว้ไม่เวิร์ค ไม่เป็นที่ต้องการ คุณก็ควรที่จะทำการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ดูกันก่อน ก่อนที่จะลุยต่อในสเต็ปต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ง่ายๆครับ ลองเข้าไปสัมผัสกับกลุ่มสินค้า และตลาดลูกค้าของโปรดักส์ที่คุณประสงค์จะขาย เช่น ต้องการขายลิปสติกให้กับกลุ่มนักศึกษา หรือสาวๆวัยทำงาน ก็ลองส่องดูกันหน่อยไม๊ แต่ล่ะแบรนด์ที่จัดจำหน่ายลิปสติกเขากำหนดราคาไว้อย่างไร มีข้อดีข้อเสีย หรือใช้ช่องทางใดเป็นช่องทางในการจัดจำหน่าย หรือหากอยากขายครีม ผลิตภัณฑ์สกินแคร์เพื่อการบำรุงผิว การศึกษาตลาด ดู “เทรนด์” กันก่อน ช่วงนี้วัตถุดิบ หรือสารประกอบตัวใดที่กำลังเป็นที่นิยม3. รีเสริชข้อมูล หาผู้ผลิต ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้อยากสร้างแบรนด์ของตนเอง เพราะในปัจจุบันที่โรงงาน ผู้ผลิตเครื่องสำอาง และสกินแคร์มากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งมีบริการที่แตกต่างกันไป บ้างรับผลิต คิดค้นสูตร บ้างมีแพคเกจเพื่อการผลิต ออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงทำมาร์เกตติ้งให้เสร็จสรรพ อย่างไรก็ตามก่อนจะเลือกโรงงานใดโรงงานหนึ่งเพื่อผลิตสินค้าให้กับคุณ LocoPack ก็ต้องแนะนำกันก่อนว่า ให้คุณศึกษาข้อมูล ตรวจดูรีวิว ความคิดเห็นของลูกค้าเก่าๆ ของแต่ละโรงงานกันก่อนให้ครบถ้วน เพื่อมองหาผู้ให้บริการที่เหมาะสมตรงใจ4. เลือกโรงงานที่วางใจ นอกจากพิจารณาจากประสบการณ์ รีวิว ความคิดเห็นของลูกค้าเก่าๆของแต่ละโรงงานแล้วนั้น ในการตัดสินใจเลือกผู้ผลิต คุณต้องไม่ลืมที่จะคำนึงถึง ราคา ความปลอดภัย และมาตรฐาน โดยควรที่จะเลือกเฉพาะโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตการจัดตั้ง ผ่านมาตรฐาน ISO เพื่อมั่นใจได้ว่าผู้ผลิตที่คุณเลือกใช้บริการ นั้นสามารถไว้ใจ และผลิตสินค้าคุณภาพให้คุณได้ได้ นอกจากนี้คุณอาจติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตเพื่อสอบถามข้อมูล และราคา โดยคำถามที่คุณควรสอบถามก็ได้แก่ ขอบเขตการให้บริการ ขั้นตอนของออร์เดอร์การผลิต ราคาต่อหน่วย ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น การขึ้นทะเบียนอ.ย. ไปจนถึงวิธีการจัดส่งสินค้า 5. เลือก “สูตร” ผลิตภัณฑ์ มาถึงขั้นตอนสำคัญ เพื่อสร้างโปรดักส์ปัง เมื่อทำการเลือก “โรงงาน” กันได้แล้ว คุณก็ต้องทำการติดต่อ หรือเดินทางไปยังโรงงานเพื่อเลือก “สูตร” ที่เหมาะสม โดยโรงงานผู้ผลิตส่วนใหญ่มักมีสูตรมาตรฐานไว้อยู่แล้ว สำหรับเครื่องสำอางและสกินแคร์ประเภทต่างๆ ซึ่งหากสูตรเหล่านั้นตรงใจ ก็สามารถสั่งผลิตได้เลยทันที แต่หากคุณต้องการสูตรของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง หรือโดดเด่นกว่าสูตรมาตรฐานที่มีอยู่ ก็สามารถคุยกับผู้ผลิต เพื่อพัฒนาสูตรกันได้นะครับ6. เทสต์ๆ ก่อนตัดสินใจ แม้ผู้ผลิตและโรงงานส่วนใหญ่มักมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรอยู่แล้ว แต่เพื่อให้สินค้าของคุณเป็นไปตามเป้าหมาย และความต้องการที่วางไว้ ก่อนการตัดสินใจเลือกสูตร ต้องมีการทดสอบ เทสต์ตัวผลิตภัณฑ์ก่อนเสมอ 7. วางแผนมาร์เก็ตติ้งเมื่อได้สูตรโดนใจ ก็ได้เวลาสำหรับขั้นตอนสำคัญต่อมา นั่นก็คือเรื่องของการวางแผนมาร์เก็ตติ้ง! ซึ่งควรจัดการให้เสร็จกันแต่เนิ่นๆ เพราะการตั้งชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงจำนวนของสินค้าที่จะสั่งผลิตในแต่ละล็อต ก็ล้วนขึ้นอยู่กับการวางแผนมาร์เก็ตติ้งทั้งสิ้น8. คิดชื่อ ตั้งโลโก้ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ และบรรจุภัณฑ์ ควรอิงกับผลิตภัณฑ์และแผนมาร์เก็ตติ้งที่วางไว้ โดยให้เน้นพิจารณาถึงกลุ่มลูกค้า เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างชื่อแบรนด์ ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้หากใครไม่มีประสบการณ์ สเต็ปนี้ LocoPack ขอแนะนำว่าคุณสามารถหาที่ปรึกษาด้านการตลาด นักออกแบบผลิตภัณฑ์กันได้นะครับเพราะผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ จะเข้าใจภาพรวมในการทำการตลาด เล็งเห็นถึงทิศทางการทำยอดขาย สร้างความโดดเด่นให้กับโปรดักส์และพร้อมจะให้คำแนะนำ ในประเด็นที่คุณเองอาจนึกไม่ถึงก็เป็นได้ 9. สั่งผลิตสินค้า และบรรจุภัณฑ์เมื่อสูตรพร้อม ดีไซน์พร้อม ก็ได้เวลาทำฝันให้เป็นจริง ทั้งนี้โรงงานหลายแห่งพร้อมบริการการผลิตแบบครบวงจร คือบริการทั้งผลิตสินค้าและผลิตแพคเกจจิ้งให้เสร็จสรรพ แต่หากว่าดีไซน์แพคเกจจิ้งของโรงงานไม่โดนใจ หรือคุณมองหาไอเดียแปลกใหม่เพื่อสร้างความโดดเด่น การเลือกใช้บริการจากผู้ออกแบบและผลิตแพคเกจจิ้งจากแหล่งอื่นๆ ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น และแตกต่าง10. เน้นพัฒนาแบรนด์ อัพยอดขายอยู่เสมอเพราะโลกของการตลาดไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เมื่อสินค้าพร้อม แผนการตลาดพร้อม คุณเองก็หยุดไม่ได้เช่นเดียวกัน การพัฒนาแบรนด์ หาช่องทางการทำการตลาด เพิ่มกลุ่มลูกค้า คือหน้าที่สำคัญที่ CEO หน้าใหม่จะลืมไปไม่ได้ ดังนั้นจงศึกษาเทรนด์ใหม่ๆอยู่เสมอ พัฒนาสูตร พัฒนาสินค้า ไปจนถึงหมั่นติดตามช่องทางการทำการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ หรือแม้แต่การปรับเปลี่ยนโลโก้หรือบรรจุภัณฑ์ให้ต้องตาโดนใจของลูกค้าแต่ละช่วงสมัย ให้สินค้าของแบรนด์คุณดูดี เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอCredit: Ladyissue.com
© 2025 LocoPack All rights reserved.
