เรื่องต้องรู้ เพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้ง เครื่องสำอาง

แพกเกจจิ้งออกแบบ
12 June 2020
แบ่งปันข้อความนี้
facebook
copylink
"

เรื่องต้องรู้ เพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้ง เครื่องสำอาง

เรื่องต้องรู้ เพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้ง เครื่องสำอาง
หนึ่งในสิ่งหนึ่งที่คนเราในยุคนี้ขาดกันไม่ได้ เห็นทีคงหนีไม่พ้น “เครื่องสำอาง” “เครื่องประทินโฉม” ด้วยความรักสวยรักงามของคนเราที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยไม่ใช่แค่สาวๆเท่านั้นที่นิยม ชื่นชอบเครื่องสำอาง หรือโลชั่นบำรุงผิว รู้หรือไม่ว่า ทุกๆวันนี้เทรนด์ดูแลตัวเอง เพื่อความดูดี ก็มาแรงในหนุ่มๆ รอบโลกนะครับ ว่าแล้ว หากคุณคือผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าเครื่องสำอาง เครื่องประทินโฉม เวลานี้ก็นับเป็นห้วงเวลาสำคัญ ที่ธุรกิจของคุณพร้อมจะเติบโต! แต่ทว่า แม้เทรนด์สินค้าประเภทนี้กำลังมาแรงขนาดไหน ทว่าแบรนด์คู่แข่งก็มีมากไม่น้อย! ดังนั้นแล้ว ในบางครั้ง แม้สินค้าจะดีเลิศ ผลิตจากวัตถุดิบขั้นเยี่ยม เรื่องของ “การออกแบบแพคเกจจิ้ง” เพื่อเพิ่มความโดดเด่น ดึงดูดสายตาลูกค้า ก็นับเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ทั้งหลายต้องใส่ใจ เพราะหากแพคเกจจิ้งดูดี สามารถทำหน้าที่ของมัน ให้ดึงดูดสายตา สร้างความสนใจให้ผู้พบเห็นได้แล้ว ขอบอกเลยครับ นั่นล่ะคือขั้นแรก ของยอดขายทะลุเป้า ว่าแต่ว่า เมื่อรู้แล้วว่าแพคเกจจิ้งนั้นสำคัญไฉน แล้วแพคเกจจิ้งแบบไหนกันนะ ที่จะทำให้ลูกค้าเห็นปุ๊บ รู้สึก “อยากได้” ขึ้นมาทันทีได้? เอางี้ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง เครื่องประทินโฉมทั้งหลาย LocoPack เราใจดี มาพร้อมกับ เรื่องต้องรู้ เพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้งเครื่องสำอาง
blogphoto

ขั้นตอนก่อนเริ่มออกแบบ: คำถามต้องตอบได้

ก่อนที่จะเริ่มออกแบบจริงๆจังๆ หรือหาใครมารับทำกล่อง ให้กับคุณ มีสิ่งสำคัญหลายประการที่คุณต้องตอบได้ ต้องชัดเจนก่อนเริ่มงาน
  • รู้จักลูกค้า: ถือเป็นข้อสำคัญที่คุณต้องตอบได้ ก่อนเริ่มออกแบบ ผลิตกล่อง หรือแพคเกจจิ้ง ลองสำรวจดูสักนิด ใครกันนะครับ ที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าคนสำคัญของสินค้าคุณ อาทิ เด็กสาววัยเริ่มแต่งหน้า ที่ชื่นชอบเครื่องสำอางปนกลิตเตอร์ หรือกลุ่มสาววัยทำงานที่กำลังมองหาเมคอัพที่เหมาะกับโทนผิว เพราะเมื่อคุณรู้ได้ว่ากลุ่มคนประเภทไหนคือเป้าหมายของสินค้า การออกแบบแพคเกจจิ้งให้ต้องตาต้องใจกลุ่มลูกค้าที่ว่า ในขั้นตอนต่อๆไปก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
  • เอกลักษณ์ของแบรนด์: นอกจากเรื่องของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คุณต้องรู้ดีแล้วนั้น คุณต้องตอบให้ได้ด้วยว่า เอกลักษณ์ของสินค้าคุณเป็นอย่างไร? จะออกแนวสีเข้มขึงขังสไตล์ Urban Decay หรืออยากได้เอกลักษณ์เรียบง่ายคลาสสิคทำนอง Bobbi Brown หรือชอบหรูหรา ตาม Dior ลองกำหนดรูปร่างของเอกลักษณ์แบรนด์คุณเองออกมาก่อน เพื่อเตรียมการเพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้งในขั้นต่อๆไป
  • กำหนดช่องทางการซื้อขาย: นอกจากนี้การวางแผนเรื่องช่องทางการซื้อขาย เช่นการวางหน้าร้าน หรือการขายสินค้าออนไลน์ คือ อีกเรื่องที่คุณต้องชัดเจน เพราะ ช่องทางการขาย และขนส่ง ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อกำหนดทิศทางรูปร่างหน้าตาของแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าคุณ
  • รวบรวมตัวอย่างที่ชื่นชอบ: นอกจากนี้อย่าลืมลอง รวบรวม ภาพ ตัวอย่างแพคเกจจิ้ง ของสินค้าตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ เพราะอย่าลืมนะครับว่า ยิ่งเห็นตัวอย่างมาก ก็จะยิ่งมีไอเดียดีขึ้นมากเท่านั้น
blogphoto

ขั้นตอนการเสริมสวยให้แพคเกจจิ้ง

เอาล่ะ เมื่อตอบคำถามตั้งต้นกันได้แล้ว สำหรับขั้นตอนต่อมา ก็ได้เวลา “เสริมสวย” ให้กับแพคเกจจิ้งเครื่องสำอางของคุณแล้วครับผม

กำหนดมาตรฐานการออกแบบ
ขั้นแรกเพื่อเสก กล่องสวย ที่จะไม่มีเสียไม่ได้ ก็คือการกำหนดมาตรฐานการออกแบบ ซึ่งได้แก่
  • สไตล์: หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นออกแบบอย่างไร ให้เริ่มจากสไตล์! ลองคิดคร่าวๆ ว่าคุณอยากให้สินค้าสื่ออารมณ์ เอกลักษณ์แบบไหน แล้วกำหนดรูปแบบให้ชัดเจน ไม่ว่า สไตล์มินิมัล สไตล์หรูหรา หรือสไตล์สีสันสดใส จดบันทึกเอาไว้ เพราะสไตล์ที่คุณเลือก จะเป็นมาตรฐานเพื่อกำหนดขั้นตอนการออกแบบอื่นๆต่อไป
  • สี: สำหรับการเลือกสีสำหรับแพคเกจจิ้ง ก็ต้องเน้นย้ำว่าควรเป็นสีสันที่เข้ากับ เอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสีที่สามารถดึงดูดความสนใจผู้พบเห็น และที่สำคัญต้องมีความโดดเด่นกว่าสินค้าอื่นๆ นอกจากนี้ จงพยายามเลือกสีที่จะสามารถสร้างภาพลักษณ์น่าจดจำให้กับสินค้าคุณ อาทิ ทุกๆครั้งเวลาเราถามสาวๆ ว่าเห็นสีม่วง จะนึกถึงเครื่องสำอางแบรนด์ไหน ทุกคนย่อมตอบว่า Urban Decay เช่นเดียวกับที่ สีดำขาว ทำให้คิดถึง Make Up Forever อยู่เสมอ
  • ฟ้อนต์: เช่นเดียวกันกับการเลือกสีสัน การเลือกฟ้อนต์ต้องคำนึงถึงความโดดเด่น แปลกตาเป็นสำคัญ เพื่อสร้างเอกลักษณ์น่าจดจำให้กับสินค้า ซึ่งฟ้อนต์ที่คุณเลือกก็ย่อมต้องสอดคล้องกับสไตล์ของแบรนด์ ฟ้อนต์ตัวอักษรหนา ช่วยสร้างความโดดเด่น ฟ้อนต์ตัวอักษรบางเบา ย่อมเข้ากันดีกับสไตล์ของสินค้าที่เน้นความเรียบง่าย นอกจากนี้อย่าลืมคำนึงถึงความเหมาะสมของตัวฟ้อนต์บนตัวบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหากคุณอยากใช้กล่องขนาดเล็ก ฟ้อนต์ที่ใช้ก็ไม่ควรใหญ่ หรือแลดูฉูดฉาดเกินไป ในขณะเดียวกัน หากคุณเลือกกล่องขนาดใหญ่ ฟ้อนต์ที่ควรเลี่ยงก็คือฟ้อนต์ตัวเล็กๆ บางๆ ที่จะทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่า ข้อมูลของสินค้านี้อ่านยากเกินไป

รวบรวมข้อมูลที่ต้องมีบนแพคเกจจิ้ง
สำหรับขั้นตอนต่อมา คือการรวบรวมข้อมูลที่ต้องมีบนแพคเกจจิ้ง อาทิ ข้อมูลวันหมดอายุ วันผลิตสินค้า ภาพสินค้า ภาพกราฟฟิก รวมไปถึงรายละเอียดข้อมูลส่วนประกอบ และข้อมูลผู้จัดจำหน่าย เป็นต้น คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/locopack.co/posts/173256469891633
blogphoto

ขั้นตอนเลือกประเภทแพคเกจจิ้ง

และแล้วก็มาถึงขั้นตอนการเลือกประเภทของแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าคุณ ซึ่งกฎ 3 layers สามารถช่วยคุณได้

“กฎ 3 layers” เหมือนกับเวลาคุณสาวๆแต่งหน้ากัน เริ่มจากการลงไพรม์เมอร์ ตามด้วยครีมรองพื้น และทาแป้งเป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับการออกเลือกประเภทของแพคเกจจิ้งก็เช่นเดียวกันครับ ที่ต้องมี แพคเกจจิ้งด้านนอก ด้านใน และตัวบรรจุภัณฑ์
  • แพคเกจจิ้งด้านนอก: คือ แพคเกจจิ้งที่ลูกค้าจะต้องรื้อ แกะออกเป็นขั้นแรก ซึ่งมักเป็นกล่องพัสดุ กรณีคุณเลือกวิธีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือถุงกระดาษ กรณีเป็นการซื้อขายสินค้าผ่านหน้าร้าน
  • แพคเกจจิ้งด้านใน: ถือเป็นที่บรรจุสินค้า เช่นสำหรับลิปสติก แพคเกจจิ้งด้านในก็คือ ตัวกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆนั่นเอง
  • ตัวบรรจุภัณฑ์ของสินค้า: ก็คือตัวสินค้านั้นๆนั่นเอง อาทิ แท่งลิปสติก หรือขวดสำหรับครีมรองพื้น
ประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมในโลกของเครื่องสำอาง
นอกจากเลือกประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี สวยงามเข้ากับแบรนด์สินค้าคุณแล้วนั้น การเลือกประเภทของบรรจุภัณฑ์ย่อมต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งนั่นก็อยู่ที่ว่า สินค้า ของคุณ คือเครื่องสำอางชนิดไหน และมีวิธีการใช้อย่างไรนั่นเองครับ
ทั้งนี้คุณอาจไม่จำเป็นต้องยึดติดกับภาพลักษณ์แบบเดิมๆ ว่า เครื่องสำอางประเภทนี้ ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ เช่น สินค้าประเภทลิปกลอส ที่จากเดิมมักอยู่ในแท่งทรงกระบอก ที่มีแท่งสำหรับป้ายตัวลิป แต่ในปัจจุบัน เราสามารถเห็นลิปกลอสที่บรรจุอยู่ในแพคเกจจิ้งชนิดอื่นๆ เข่น แท่งบีบ หรือแม้แต่ในขวดที่มีฝาบิด
ดังนั้น เมื่อคุณรู้แล้วว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทใด คือ แบบที่ใช่ สำหรับสินค้าของคุณ ก็ได้เวลาหาเสาะหา แหล่งที่มา จ้างผู้ผลิต ผู้รับผลิตกล่อง บริษัท ที่รับทำกล่อง บรรจุภัณฑ์ แพคเกจจิ้งเพื่อสินค้าคุณแล้วล่ะครับ ซึ่งก็ต้องบอกตรงนี้ว่าไม่ต้องไปเสาะหาที่ไหนไกล เพราะ LocoPack เรามีบริการรับทำกล่อง ออกแบบแพคเกจจิ้งเพื่อสินค้า ของคุณด้วยนั่นเอง
blogphoto

ขั้นตอนการเลือกจุดโฟกัส สำหรับแพคเกจจิ้ง

เมื่อทราบแล้วว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทใด คือแบบที่ใช่เพื่อแพคเกจจิ้งสินค้าคุณ ก็ได้เวลาสำหรับขั้นตอนต่อไป ซึ่งนั่นก็คือการลงมือออกแบบแพคเกจจิ้ง
โดยคุณอาจเริ่มจากการเลือกจุดโฟกัสนำสายตา ซึ่ง ณ ตำแหน่งนี้ คือส่วนที่คุณควรจะใช้สำหรับการ “ส่งข้อความ” ถึงลูกค้า เพียงเสี้ยววินาทีทีลูกค้ามองสินค้าของคุณ จุดโฟกัส หรือส่วนที่เด่นชัดที่สุดบนแพคเกจจิ้งนี่ไงครับ ที่จะเป็นตัวที่ทำให้ลูกค้าอยากลองหยิบจับเลือกสินค้าของคุณหรือไม่ หรือจะทำให้ลูกค้าสามารถจำแบรนด์ของคุณได้หรือไม่นั่นเอง
ดังนั้นจึงต้องใส่ใจรายละเอียดในส่วนของจุดโฟกัสบนแพคเกจจิ้ง หากคุณต้องการให้โลโก้ของแบรนด์ติดตา จุดโฟกัสของการออกแบบจึงควรเป็นโลโก้ที่เด่นชัด แต่หากคุณต้องการให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้า การจัดวางภาพสินค้าบนกล่อง ก็ย่อมต้องชัดเจน มองเห็นง่าย
blogphoto

ขั้นตอนการเลือกวัสดุ และการพิมพ์ฉลาก

ในวงการของการออกแบบแพคเกจจิ้ง หรือการรับทำกล่องแล้วนั้น ลูกค้าผู้เป็นเจ้าของแบรนด์จะมีตัวเลือกมากมาย สำหรับวัสดุและการพิมพ์ฉลากของสินค้า แต่เราอยากให้คุณจำไว้นะครับว่า การเลือกแบบที่ยุ่งยาก จะนำมาซึ่งราคาต้นทุนที่สูงตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ในบางกรณีการเลือกแบบที่ดูซับซ้อน หรูหรา ก็จำเป็นเช่นกัน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวสินค้า (เช่น กระดาษกันน้ำสำหรับสินค้าประเภท แชมพู หรือสบู่) ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และมาตรฐานที่คุณกำหนดไว้แต่ต้น
นอกจากนี้เรื่องของวัสดุที่เลือกใช้ ก็เป็นตัวกำหนดภาพลักษณ์ หน้าตาให้กับสินค้าคุณ โดยวัสดุประเภทกระดาษมันแวว หรือ การพิมพ์ฉลากลงบนฟอยล์ ย่อมให้ความรู้สึกว่าสินค้านั้นหรูหรา ดูดี
blogphoto

ขั้นตอนการเลือกผู้ออกแบบแพคเกจจิ้งเครื่องสำอางที่ใช่

DIY: ตัวเลือกแรกคือ ตัวคุณเอง! ใช่แล้วครับ คุณเองก็อาจเป็นผู้ออกแบบแพคเกจจิ้งได้ โดยวิธีการประดิษฐ์ขึ้นเอง ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณยังไม่มีประสบการณ์ ก็ไม่ขอแนะนำ เพราะอย่าลืมว่าขั้นตอนการออกแบบแพคเกจจิ้งคือขั้นตอนสำคัญ ที่จะกำหนดความสำเร็จของแบรนด์คุณ
จ้างผู้ออกแบบ: คุณสามารถจากฟรีแลนซ์นักออกแบบ หรือมองหาผู้ให้บริการ รับทำกล่อง ออกแบบกล่องสำหรับสินค้าคุณ อย่างเช่น LocoPack เองก็เป็นหนึ่งในผู้รับทำกล่อง ออกแบบแพคเกจจิ้ง ที่ลูกค้าเจ้าของเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ได้ไว้ใจ ใช้บริการกับเรากันมาแล้ว หากคุณกำลังมองหาผู้รับทำกล่องสำหรับสินค้าดีๆสักราย อย่าลืมมาลองปรึกษากับเราดูก่อนนะครับ
blogphoto

ขั้นตอนเริ่มต้นออกแบบ

เอาล่ะ! เมื่อพร้อมแล้วก็ได้เวลาออกแบบ ซึ่งในขั้นตอนนี้ต้องอาศัยการพูดคุย บอกความต้องการให้กับดีไซเนอร์ โดยผู้ออกแบบจะออกแบบตัวอย่างให้คุณพิจารณา อาจมีการปรับเปลี่ยนกันจนได้แบบที่คุณพอใจ ทั้งนี้ในขั้นตอนการตัดสินใจ ว่าใช่แล้วยังนะสำหรับแพคเกจจิ้งของสินค้าคุณ คุณก็อาจถามตัวเองหรือลองถามกลุ่มลูกค้าของคุณดูด้วยคำถามเหล่านี้
  • ใช่แบบที่จะดึงดูดสายตาของกลุ่มลูกค้าแล้วหรือยัง?
  • นี่ใช่แบบที่จะสามารถสื่อถึงตัวสินค้าภายในได้แล้วหรือยัง?
  • ดูเป็นสินค้าที่เข้าถึงง่าย ใช้ง่าย หรือไม่?
  • โดดเด่นกว่าคู่แข่งหรือเปล่า?
  • เป็นแบบที่จะยังสามารถใช้ได้ต่อไปถึง 5 ปีหรือไม่?
เมื่อตอบได้ทุกคำถาม และเจอกับแบบที่ใช่ ก็ได้เวลาลงมือ! ว่าแล้ว ด้วยวิธีที่เราบอกคุณมาทั้งหมด พร้อมด้วยการออกแบบและผลิตกล่องจาก LocoPack สินค้าของคุณก็พร้อมด้วยแพคเกจจิ้งที่ดูดี เหมาะสม และโดดเด่น เตะตาผู้พบเห็น ซึ่งนี่ล่ะครับ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ!

Credit: 99designs.com

สนใจแพคเกจกจิ้งแบบนี้บ้าง

เริ่มเลย
แบ่งปันข้อความนี้
facebook
copylink
บทความที่เกี่ยวข้อง
3 คำถามต้องตอบได้ ก่อนเริ่มดีไซน์แพคเกจจิ้ง!
แพกเกจจิ้งออกแบบ 12 June 2020
คือเรื่องง่ายที่ใครก็รู้ แต่คำถามที่ว่า “จะออกแบบแพคเกจจิ้งแบบไหนให้ออกมาดี?” นี่สิ คือเรื่องยาก ที่คุณต้องหาคำตอบ ดังนั้นสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่อยากดีไซน์แพคเกจจิ้งดีๆเพื่อสินค้าคุณ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร คุณมาถูกทางแล้วครับ สำหรับปัญหาข้อนี้ LocoPack มีทางออกให้กับคุณ เพียงลองตอบคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้ให้ได้ เพราะถ้าตอบได้แล้วก็จะสามารถทราบได้ในทันที ว่าแนวทางเพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าของคุณควรเป็นอย่างไร 1. สินค้าของคุณคืออะไร?ก่อนอื่นเพื่อกำหนดลักษณะโดยรวมของแพคเกจจิ้ง ลองพิจารณากันก่อนครับ ว่าสินค้าของคุณเป็นสินค้าประเภทไหน ทำจากอะไร ขนาดเท่าไร ความคงทนเป็นอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการออกแบบแพคเกจจิ้งทั้งสิ้น ในขณะที่สินค้าเปราะบางแตกง่าย ต้องการบรรจุภัณฑ์มั่นคงแข็งแรง รองรับการกระแทกขณะขนส่ง สินค้ารูปทรงแปลกตา อาจต้องการบรรจุภัณฑ์ออกแบบพิเศษที่พิถีพิถันมากกว่าการเลือกใช้กล่องรูปทรงธรรมดา 2. ใครคือผู้ซื้อสินค้า?ผู้ชาย ผู้หญิง เด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ ใครคือกลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณ? เพราะกลุ่มคนแต่ละกลุ่ม ย่อมถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์ของแพคเกจจิ้งที่แตกต่างกัน ในขณะที่แพคเกจจิ้งสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่หรือสูงวัย ควรเป็นการดีไซน์แบบง่าย และมีตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นข้อความได้ชัดเจน การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดูเปรี้ยวเท่หรูหราก็สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ามีฐานะที่ชอบความโก้หรูดูดี ดังนั้นการทราบก่อนว่าผู้ซื้อสินค้า คือกลุ่มบุคคลประเภทไหน เราก็จะสามารถกำหนดทิศทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น3. สินค้าจะถูกจำหน่ายอย่างไร ?ลองพิจารณาสักนิด สินค้าของคุณนั้นถูกจำหน่าย ซื้อขายในช่องทางไหน เป็นการตั้งสินค้าหน้าร้าน ซื้อมาจำหน่ายไปแบบปกติ หรือผ่านการสั่งซื้อออนไลน์? เมื่อสถานที่ขายสินค้าต่าง กลยุทธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ต่างกัน หากเป็นการวางสินค้าบนชั้นวาง มีคู่แข่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน สินค้าของคุณต้องการบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อดึงดูดสายตา แต่ถ้าสินค้าของคุณเน้นช่องทางการขายบนโลกออนไลน์ คุณก็ต้องมองหาการออกแบบแพคเกจจิ้งที่ให้ความสะดวก และเหมาะสมกับการขนส่งทางไกลมากกว่าภาพลักษณ์แพคเกจจิ้งที่ต้องโดดเด่นกว่าใครCredit: 99designs
“Ultra Violet” โทนสีปี 2018 จาก Pantone
ออกแบบ 11 June 2020
พอถึงสิ้นปีทีไร แวดวงการออกแบบ รวมทั้งวงการแฟชั่น ก็ได้เวลาลุ้นตัวโก่งกันทุกที ว่าปีนี้ บริษัทสีเจ้าแม่ยักษ์ใหญ่อย่าง Pantone จะเลือกสีใด เป็นโทนสีแห่งปีของปีถัดไป สำหรับปีนี้เองก็เช่นกันครับ แต่ทว่า ตอนนี้เราไม่ต้องลุ้นให้ตื่นเต้นกันอีกต่อไปแล้ว เพราะ Pantone ประกาศออกมาให้โลกรับรู้แล้วว่า สีม่วง Ultra Violet รหัส 18–383 คือสีแห่งปี 2018! ซึ่งเมื่อ Pantone ประกาศผลมาปุ๊บ LocoPack ก็ไม่อยากรอช้า ขอนำเสนอข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเจ้าสีม่วงสุดเย้ายวนผ่านบทความนี้กันเลย ULTRA VIOLET สำหรับกราฟฟิกและแพคเกจจิ้งดีไซน์แฝงไปด้วยความซับซ้อน ดูลึกลับ แต่ให้ความรู้สึกกลมกลืน สีม่วง Ultra Violet ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นโทนสีแห่งปีสำหรับแวดวงการออกแบบกราฟฟิกและแพคเกจจิ้ง ซึ่งผลการคัดเลือกครั้งนี้ ถือว่าสอดคล้องกับทิศทางของผลงานดีไซน์เนอร์จากทั่วโลกเป็นอย่างดี ดั่งที่ปรากฏให้เห็นในเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้ง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเสริมความงาม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์หรู ซึ่งนับวันจะยิ่งเน้นความซับซ้อนและมิติของการออกแบบที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ULTRA VIOLET และวงการแฟชั่นด้วยคุณสมบัติที่มีความเป็นกลางระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ตัวเลือกอย่างสีม่วง Ultra Violet ที่ผสมผสานกันระหว่างพื้นสีของสีแดง และสีฟ้า ได้ถูกหยิบยกเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ออกแบบ ผู้ผลิตและผู้บริโภคทุกๆเพศ นอกจากนี้ความเข้ากันได้ดีกับสี และวัสดุที่หลากหลายอย่างไม่จำกัด อาทิ การใช้สีทองกับสีม่วงเพื่อให้บรรยากาศหรูหรา การใช้สีเขียวเทากับสีม่วงก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การจับคู่ผ้าหรูอย่างกำมะหยี่กับสีม่วงสำหรับชุดราตรีงานกลางคืน ก็ดูเข้ากันได้ดีไม่แพ้การเลือกใช้สีม่วงสำหรับสินค้านักกีฬา หรือรองเท้าผ้าใบ ULTRA VIOLET ในแวดวงความงาม ถือเป็นมนต์ขลังของสีม่วง Ultra Violet ที่สามารถใช้เสริม แต่งประกายเพื่อเพิ่มความงามน่าหลงใหลให้กับทุกๆคน ด้วยความนุ่มลึกแบบเป็นธรรมชาติที่เข้ากันได้ดีกับความลงตัวของการผสมสี ไล่สี สีม่วงได้ถูกคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของความงามในวงการแฟชั่นผ่านหลายกรรมวิธีการใช้ ไม่ว่าการใช้สีม่วงเดี่ยวๆ เพื่อทาเป็นลิปสติก หรือใช้เป็นสีเล็บสามารถที่สร้างเอกลักษณ์มั่นใจปนเท่ห์ ให้กับผู้เลือกใช้ หรือการใช้สีม่วงผสมกับสีเมทาลิกเพื่อใช้กับเปลือกตาให้เจ้าของดวงตาดูลึกลับ เป็นปริศนาดั่งสีของจักรวาลก็นับเป็นอีกเคล็ดลับวิธีสร้างความน่าดึงดูดที่น่าสนใจ นอกจากนี้สีม่วงยังได้ถูกเลือกใช้เป็นเฉดสีสำหรับการย้อมเส้นผมที่นับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นในมุมมองความงามแบบ Street StyleULTRA VIOLET เพื่อการแต่งบ้าน หากกำลังมองหาหนทางเพื่อเปลี่ยนห้องแบบเดิมๆให้เป็น ห้องที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้มากขึ้น การเลือกใช้สีม่วง Ultra Violet นับเป็นวิธีที่น่าสนใจที่ Pantone เสนอ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถเข้ากันได้ดีกับสีต่างๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว การจับคู่สีม่วงกับสีสันโทนสดใสหรือ สีสว่างสามารถช่วยฉุดความโดดเด่นของเครื่องแต่งบ้านชิ้นอื่นๆ นอกจากนี้สีม่วง ยังนับเป็นสีที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในทุกๆห้องของบ้าน หรืออาคารได้ด้วยเช่นกัน Credit: Pantone
“ข้อมูลที่ต้องพร้อม” ก่อนเริ่มออกแบบแพคเกจจิ้ง!
แพกเกจจิ้งออกแบบ 12 June 2020
ต่อจากคราวก่อน ที่เราได้ให้แนวทางการออกแบบแพคเกจจิ้ง ผ่าน 3 คำถามสำคัญ ที่ต้องตอบได้ก่อนเริ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์กันไปแล้ว สำหรับบทความในวันนี้ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้กับเจ้าของแบรนด์ที่อยากออกแบบแพคเกจจิ้งดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มยอดไลค์ อัพยอดขายสินค้าและบริการของคุณให้ได้ LocoPack ขอกระเถิบลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันอีกสักหน่อยนะครับ โดยขอพูดต่อกันถึง “ข้อมูลที่คุณต้องมีพร้อม” เพื่อการสร้าง และผลิตแพคเกจจิ้งดีๆ พร้อมใช้งานที่จะออกมาตรงใจผู้ขาย และถูกใจผู้ซื้อได้อย่างแน่นอน 1. ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เพราะสินค้าและแพคเกจจิ้ง คือสื่อสำคัญเพื่อการโปรโมทแบรนด์ของคุณสู่สายตาของลูกค้าและผู้พบเห็น ดังนั้นการออกแบบแพคเกจจิ้งจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดอัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยก่อนการเริ่มออกแบบ คุณควรมีข้อมูลเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ดังต่อไปนี้ครบถ้วนกันเสียก่อน สีหลัก เฉดสีที่เลือกใช้: ชื่อสี โค้ดสี ฟ้อนต์ตัวอักษร: ให้ระบุการใช้ให้ชัดเจน อาทิ ตัวหนาสำหรับหัวข้อ ตัวเล็กบางสำหรับข้อมูลทั่วไป โลโก้ของแบรนด์: จัดเตรียมประเภทไฟล์ที่เหมาะสม เพื่อการจัดพิมพ์ 2. ข้อมูลที่ต้องมีบนแพคเกจจิ้ง แต่ละประเภทสินค้า แต่ละแบรนด์ ย่อมมีข้อมูลเพื่อการปริ้นท์บนแพคเกจจิ้งแตกต่างกันไป ดังนั้นเพื่อสร้างแพคเกจจิ้งตรงใจ สามารถใช้งานได้จริง การมีข้อมูลในส่วนนี้ไว้ครบถ้วนก่อนจึงสำคัญมากนะครับ ทั้งนี้ข้อมูลที่ต้องมีเพื่อระบุบนแพคเกจจิ้ง ก็ได้แก่ ข้อความ: เช่น ชื่อสินค้า คำขวัญ คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับสินค้า รูปภาพ: ไม่ว่าจะภาพพรีเซนเตอร์ ภาพส่วนประกอบ หรือภาพสินค้า ขอให้จัดเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนเริ่มต้นการออกแบบ เครื่องหมายที่จำเป็น: อาทิ บาร์โค้ด เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองจากภาครัฐ ข้อมูลอื่นๆ: อาทิ ข้อมูลตามกฎหมาย ที่อาจต้องเปลี่ยนแปลงภายหลัง หรือยังเป็นข้อมูลที่ไม่แน่นอน (ซึ่งคุณไม่อาจจำเป็นต้องปริ้นท์ลงบนแพคเกจจิ้งโดยตรง แต่อย่าลืมเหลือเนื้อที่ สำหรับการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนนี้ เช่นพื้นที่เพื่อแปะสติ๊กเกอร์ หรือปริ๊นท์ลงในภายหลังด้วยนะครับ) 3. แบบที่ชอบ สไตล์ที่ใช่ ขอให้รวบรวมแพคเกจจิ้งที่ชอบ เห็นทีไรถูกใจทุกทีไว้เลยนะครับ เลือกเก็บไว้หลายๆแบบ อาจใช้วิธีการถ่ายภาพ ครอปภาพมาไว้ก็ได้ นอกจากนี้ลองนึกถึงวัสดุสำหรับทำแพคเกจจิ้งของคุณด้วย เพราะข้อมูลของแบบแพคเกจจิ้งที่ชอบ จะสามารถนำมาประยุกต์รวมกัน หรือให้ไอเดียแก่ผู้ออกแบบ เพื่อสร้างเป็นแพคเกจจิ้งในฝันให้กับแบรนด์ของคุณได้นั่นเอง 4. งบประมาณ งบประมาณการผลิต และต้นทุนของแพคเกจจิ้ง คืออีกข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มลงมือออกแบบ ทั้งนี้ต้นทุน หรือเรื่องเงินๆทองๆของการผลิตแพคเกจจิ้งที่ว่า จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อการออกแบบ ครอบคลุมถึง ค่าจ้างออกแบบ ค่าแม่พิมพ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ มักจ่ายกันเพียงครั้งเดียวเพื่อการใช้ที่ยาวนาน ต้นทุนต่อชิ้น ซึ่งรวมถึงค่าวัสดุและค่าแรงงานที่ใช้ต่อแพคเกจจิ้งหนึ่งชิ้น นอกจากนี้ อย่าลืมว่า งบประมาณที่ถูกกว่าใช่ว่าดีกว่าเสมอไป เพราะการใช้วัสดุคุณภาพดี การออกแบบมีคุณภาพ จะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าให้ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์คู่แข่งอย่างไรก็ตาม การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดี ให้มีภาพลักษณ์เตะตา น่าดึงดูด ที่คำนึงถึงความเหมาะสม และถูกใจทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายก็สามารถทำได้ในราคาประหยัด และต้นทุนที่ถูกกว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ความคิด ไอเดียและความเชี่ยวชาญในการออกแบบแพคเกจจิ้งนั่นเอง Credit: 99designs