วิธีการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด ตอนที่1: Zero waste packagin

แพกเกจจิ้งออกแบบ
20 October 2023
แบ่งปันข้อความนี้
facebook
copylink
วิธีการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด ตอนที่1:   Zero waste packagin

ปัจจุบัน เราพบว่า ปัญหาบรรจุภัณฑ์กับสิ่งแวดล้อมมีเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดการสร้างขยะที่มากขึ้น ทั้งนี้เนื่องมาจากการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกและวัสดุอื่นที่ไม่สามารถย่อยสลายได้  ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่นการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลาสติกและการขัดขวางกระบวนการรีไซเคิลของวัสดุบรรจุภัณฑ์

 

ผู้ประกอบการอย่างพวกเราสามารถร่วมมือกันในการแก้ปัญหานี้ได้ โดยนำหลักการออกแบบและเลือกบรรจุภัณฑ์ พร้อมมองหา นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยให้ที่สุดมาใช้  เพื่อลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดปริมาณขยะ และ ช่วยกันลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากที่สุด เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของโลกในระยะยาวได้

 

หลักการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (Zero waste packaging hierarchy”) มี 3 หลักการ

โดยวันนี้จะขอเล่าหลักการเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมก่อนที่จะลงลึกไปในรายละเอียด และเห็นตัวอย่างจริงในบทความต่อไป

 

ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักคำว่าZero waste packaging hierarchy” กันก่อน 

Zero waste packaging hierarchy คือการจัดลำดับวิธีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และลดการสร้างขยะในกระบวนการผลิตและการใช้งานสินค้าให้มากที่สุด โดยเน้นและให้ความสำคัญกับหลัก


1.     การออกแบบที่ยั่งยืน (Sustainable Design): ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดตั้งแต่การผลิตจนถึงการทำลาย รวมไปถึง

2.     หลักการการใช้วัตถุดิบที่สะท้อนคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Material Choices)โดยการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

 

Zero waste packaging hierarchy ประกอบด้วย 3 หลักการ

โดยมีลำดับการใช้บรรจุภัณฑ์ดังนี้


1.หลักการกำจัด และ การลดการใช้บรรจุภัณฑ์ (Eliminate /Reduce)

2.หลักการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse/Refill)

3.หลักรีไซเคิล (Recycle)

รูป1:Zero waste packaging hierarchy ( ref : A zero waste hierarchy for Europe - Zero Waste Europe)


 1.  หลักการกำจัดและการลดการบรรจุภัณฑ์ (Eliminate /Reduce)

1.1 หลักการการกำจัดการใช้บรรจุภัณฑ์ (Elimination): การหลีกเลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นตัวเลือกในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีผลกระทบสูงสุด โดยใช้วิธีการผลิตหรือสินค้าที่ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์หรือสามารถใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด และยังสามารถช่วยลดภาระต้นทุนในการผลิตของผู้ประกอบการด้วย ตัวอย่างสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หลักการกำจัด (Elimination) ที่น่าสนใจดั้งนี้ มีการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ เพื่อกำจัดการใช้พลาสติกในการห่อผักและผลไม้ เปลี่ยนมาใช้ใบตองแทนในร้าน ริมปิงซุปเปอร์มารเกต

Ref : ไอเดียแจ่ม ณ ห้างริมปิง จ.เชียงใหม่ ใช้ใบตองห่อผักแทนพลาสติก (home.co.th)



1.2 หลักการลด (Reduce): ลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ โดยลดขนาดหรือจำนวนของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หลักการลด (Reduce) ที่น่าสนใจ การลดพลาสติกในขวดนำ้ดื่ม: บริษัทผู้ผลิตขวดเครื่องดื่มลดปริมาณพลาสติกในขวดถึง35% โดยใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยังสามารถช่วยลดภาระต้นทุนในการผลิตของผู้ประกอบการด้วย

Ref: Coca-Cola unveils new-look Namthip (nationthailand.com)




2. หลักการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) :


นำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง และการใช้ บรรจุภัณฑ์ที่เติมเต็ม ได้หลายครั้ง(Refillability) ตัวอย่างสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หลักการ การนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถเติมเต็มได้หลายครั้ง(Reuse/ Refillability) ที่น่าสนใจ


หลักการนำกลับมาใช้ใหม่(Reuse):ซอง ซิป ล็อค สกรีน,ถุง ซิป ล็อค สกรีน โลโก้  สำหรับอาหาร: ซองกระดาษที่ใช้ในการบรรจุอาหารและของกินที่สามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง และลดการใช้ถุงพลาสติกในรูปแบบการบรรจุอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Ref : Munchy Seeds moves to recyclable packaging (packagingnews.co.uk)




การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เติมเต็มได้หลายครั้ง (Refillability)ที่ Refill station คือ สถานที่ที่เติมสินค้าหรือวัตถุดิบให้กับลูกค้าโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถเติมใหม่ได้  ลูกค้าสามารถนำบรรจุภัณฑ์เดิม มาที่ refill station เพื่อเติมสินค้าหรือวัตถุดิบที่ต้องการเข้าไป สิ่งนี้ช่วยลดการใช้สินค้าและการสร้างขยะจากบรรจุภัณฑ์เดิมที่ใช้แล้วทิ้ง โดยมีผลกระทบที่น้อยลงต่อสิ่งแวดล้อม


Ref : Better Moon café x Refill Station: A café+business selling goodies that help the planet reduce waste – A Day Magazine




3. หลักการ รีไซเคิล (Recycle):


รีไซเคิลหรือทำลายบรรจุภัณฑ์เพื่อนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ ตัวอย่างสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หลักการรีไซเคิล (Recycle): รีไซเคิลหรือทำลายบรรจุภัณฑ์เพื่อนำ วัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ ที่น่าสนใจ


Ref: มิเนเร่ ส่งขวดรักษ์โลกที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ... (greennetworkthailand.com)




บรรจุภัณฑ์ขวดรักษ์โลก rPET ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลรายแรกในตลาดน้ำดื่มไทย มิเนเร่ rPET  ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ผ่านกระบวนการแยก ย่อย หลอม จนเป็นขวดรักษ์โลก rPET  ใช้พลังงานน้อยกว่าประมาณ 80% และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 24%”

 

จากตัวอย่างของหลักการเบื้องต้นที่นำเสนอมา จะเห็นได้่ว่า ผู้ประกอบการอย่างพวกเรา สามารถร่วมมือกัน โดยนำหลักการออกแบบและเลือกบรรจุภัณฑ์ พร้อมมองหานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ที่ยั่งยืน เพื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยให้ที่สุด

 

ผู้ประกอบการสามารถติดตามบทความเจาะลึกในรายละเอียดในแต่ละหลักการ พร้อมตัวอย่างจริง ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ

ที่พวกเรา สามารถนำมาปรับใช้ได้กับบรรจุภัณฑ์ของสิ้นค้าและบริการของเราได้ในบทความต่อไป


บทความโดย

ธิตยา ถนอมวงศ์



สนใจแพคเกจกจิ้งแบบนี้บ้าง

เริ่มเลย
แบ่งปันข้อความนี้
facebook
copylink

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง
3 คำถามต้องตอบได้ ก่อนเริ่มดีไซน์แพคเกจจิ้ง!
แพกเกจจิ้งออกแบบ 12 May 2020
คือเรื่องง่ายที่ใครก็รู้ แต่คำถามที่ว่า “จะออกแบบแพคเกจจิ้งแบบไหนให้ออกมาดี?” นี่สิ คือเรื่องยาก ที่คุณต้องหาคำตอบ ดังนั้นสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่อยากดีไซน์แพคเกจจิ้งดีๆเพื่อสินค้าคุณ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร คุณมาถูกทางแล้วครับ สำหรับปัญหาข้อนี้ LocoPack มีทางออกให้กับคุณ เพียงลองตอบคำถาม 3 ข้อต่อไปนี้ให้ได้ เพราะถ้าตอบได้แล้วก็จะสามารถทราบได้ในทันที ว่าแนวทางเพื่อการออกแบบแพคเกจจิ้งสำหรับสินค้าของคุณควรเป็นอย่างไร 1. สินค้าของคุณคืออะไร?ก่อนอื่นเพื่อกำหนดลักษณะโดยรวมของแพคเกจจิ้ง ลองพิจารณากันก่อนครับ ว่าสินค้าของคุณเป็นสินค้าประเภทไหน ทำจากอะไร ขนาดเท่าไร ความคงทนเป็นอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการออกแบบแพคเกจจิ้งทั้งสิ้น ในขณะที่สินค้าเปราะบางแตกง่าย ต้องการบรรจุภัณฑ์มั่นคงแข็งแรง รองรับการกระแทกขณะขนส่ง สินค้ารูปทรงแปลกตา อาจต้องการบรรจุภัณฑ์ออกแบบพิเศษที่พิถีพิถันมากกว่าการเลือกใช้กล่องรูปทรงธรรมดา 2. ใครคือผู้ซื้อสินค้า?ผู้ชาย ผู้หญิง เด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ ใครคือกลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณ? เพราะกลุ่มคนแต่ละกลุ่ม ย่อมถูกดึงดูดด้วยรูปลักษณ์ของแพคเกจจิ้งที่แตกต่างกัน ในขณะที่แพคเกจจิ้งสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่หรือสูงวัย ควรเป็นการดีไซน์แบบง่าย และมีตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นข้อความได้ชัดเจน การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดูเปรี้ยวเท่หรูหราก็สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ามีฐานะที่ชอบความโก้หรูดูดี ดังนั้นการทราบก่อนว่าผู้ซื้อสินค้า คือกลุ่มบุคคลประเภทไหน เราก็จะสามารถกำหนดทิศทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น3. สินค้าจะถูกจำหน่ายอย่างไร ?ลองพิจารณาสักนิด สินค้าของคุณนั้นถูกจำหน่าย ซื้อขายในช่องทางไหน เป็นการตั้งสินค้าหน้าร้าน ซื้อมาจำหน่ายไปแบบปกติ หรือผ่านการสั่งซื้อออนไลน์? เมื่อสถานที่ขายสินค้าต่าง กลยุทธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ต่างกัน หากเป็นการวางสินค้าบนชั้นวาง มีคู่แข่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน สินค้าของคุณต้องการบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อดึงดูดสายตา แต่ถ้าสินค้าของคุณเน้นช่องทางการขายบนโลกออนไลน์ คุณก็ต้องมองหาการออกแบบแพคเกจจิ้งที่ให้ความสะดวก และเหมาะสมกับการขนส่งทางไกลมากกว่าภาพลักษณ์แพคเกจจิ้งที่ต้องโดดเด่นกว่าใครCredit: 99designs
“Ultra Violet” โทนสีปี 2018 จาก Pantone
ออกแบบ 11 May 2020
พอถึงสิ้นปีทีไร แวดวงการออกแบบ รวมทั้งวงการแฟชั่น ก็ได้เวลาลุ้นตัวโก่งกันทุกที ว่าปีนี้ บริษัทสีเจ้าแม่ยักษ์ใหญ่อย่าง Pantone จะเลือกสีใด เป็นโทนสีแห่งปีของปีถัดไป สำหรับปีนี้เองก็เช่นกันครับ แต่ทว่า ตอนนี้เราไม่ต้องลุ้นให้ตื่นเต้นกันอีกต่อไปแล้ว เพราะ Pantone ประกาศออกมาให้โลกรับรู้แล้วว่า สีม่วง Ultra Violet รหัส 18–383 คือสีแห่งปี 2018! ซึ่งเมื่อ Pantone ประกาศผลมาปุ๊บ LocoPack ก็ไม่อยากรอช้า ขอนำเสนอข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเจ้าสีม่วงสุดเย้ายวนผ่านบทความนี้กันเลย ULTRA VIOLET สำหรับกราฟฟิกและแพคเกจจิ้งดีไซน์แฝงไปด้วยความซับซ้อน ดูลึกลับ แต่ให้ความรู้สึกกลมกลืน สีม่วง Ultra Violet ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นโทนสีแห่งปีสำหรับแวดวงการออกแบบกราฟฟิกและแพคเกจจิ้ง ซึ่งผลการคัดเลือกครั้งนี้ ถือว่าสอดคล้องกับทิศทางของผลงานดีไซน์เนอร์จากทั่วโลกเป็นอย่างดี ดั่งที่ปรากฏให้เห็นในเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้ง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเสริมความงาม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์หรู ซึ่งนับวันจะยิ่งเน้นความซับซ้อนและมิติของการออกแบบที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ULTRA VIOLET และวงการแฟชั่นด้วยคุณสมบัติที่มีความเป็นกลางระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ตัวเลือกอย่างสีม่วง Ultra Violet ที่ผสมผสานกันระหว่างพื้นสีของสีแดง และสีฟ้า ได้ถูกหยิบยกเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ออกแบบ ผู้ผลิตและผู้บริโภคทุกๆเพศ นอกจากนี้ความเข้ากันได้ดีกับสี และวัสดุที่หลากหลายอย่างไม่จำกัด อาทิ การใช้สีทองกับสีม่วงเพื่อให้บรรยากาศหรูหรา การใช้สีเขียวเทากับสีม่วงก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การจับคู่ผ้าหรูอย่างกำมะหยี่กับสีม่วงสำหรับชุดราตรีงานกลางคืน ก็ดูเข้ากันได้ดีไม่แพ้การเลือกใช้สีม่วงสำหรับสินค้านักกีฬา หรือรองเท้าผ้าใบ ULTRA VIOLET ในแวดวงความงาม ถือเป็นมนต์ขลังของสีม่วง Ultra Violet ที่สามารถใช้เสริม แต่งประกายเพื่อเพิ่มความงามน่าหลงใหลให้กับทุกๆคน ด้วยความนุ่มลึกแบบเป็นธรรมชาติที่เข้ากันได้ดีกับความลงตัวของการผสมสี ไล่สี สีม่วงได้ถูกคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของความงามในวงการแฟชั่นผ่านหลายกรรมวิธีการใช้ ไม่ว่าการใช้สีม่วงเดี่ยวๆ เพื่อทาเป็นลิปสติก หรือใช้เป็นสีเล็บสามารถที่สร้างเอกลักษณ์มั่นใจปนเท่ห์ ให้กับผู้เลือกใช้ หรือการใช้สีม่วงผสมกับสีเมทาลิกเพื่อใช้กับเปลือกตาให้เจ้าของดวงตาดูลึกลับ เป็นปริศนาดั่งสีของจักรวาลก็นับเป็นอีกเคล็ดลับวิธีสร้างความน่าดึงดูดที่น่าสนใจ นอกจากนี้สีม่วงยังได้ถูกเลือกใช้เป็นเฉดสีสำหรับการย้อมเส้นผมที่นับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นในมุมมองความงามแบบ Street StyleULTRA VIOLET เพื่อการแต่งบ้าน หากกำลังมองหาหนทางเพื่อเปลี่ยนห้องแบบเดิมๆให้เป็น ห้องที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้มากขึ้น การเลือกใช้สีม่วง Ultra Violet นับเป็นวิธีที่น่าสนใจที่ Pantone เสนอ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถเข้ากันได้ดีกับสีต่างๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว การจับคู่สีม่วงกับสีสันโทนสดใสหรือ สีสว่างสามารถช่วยฉุดความโดดเด่นของเครื่องแต่งบ้านชิ้นอื่นๆ นอกจากนี้สีม่วง ยังนับเป็นสีที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในทุกๆห้องของบ้าน หรืออาคารได้ด้วยเช่นกัน Credit: Pantone
“ข้อมูลที่ต้องพร้อม” ก่อนเริ่มออกแบบแพคเกจจิ้ง!
แพกเกจจิ้งออกแบบ 12 May 2020
ต่อจากคราวก่อน ที่เราได้ให้แนวทางการออกแบบแพคเกจจิ้ง ผ่าน 3 คำถามสำคัญ ที่ต้องตอบได้ก่อนเริ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์กันไปแล้ว สำหรับบทความในวันนี้ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้กับเจ้าของแบรนด์ที่อยากออกแบบแพคเกจจิ้งดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มยอดไลค์ อัพยอดขายสินค้าและบริการของคุณให้ได้ LocoPack ขอกระเถิบลงรายละเอียดเพิ่มเติมกันอีกสักหน่อยนะครับ โดยขอพูดต่อกันถึง “ข้อมูลที่คุณต้องมีพร้อม” เพื่อการสร้าง และผลิตแพคเกจจิ้งดีๆ พร้อมใช้งานที่จะออกมาตรงใจผู้ขาย และถูกใจผู้ซื้อได้อย่างแน่นอน 1. ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เพราะสินค้าและแพคเกจจิ้ง คือสื่อสำคัญเพื่อการโปรโมทแบรนด์ของคุณสู่สายตาของลูกค้าและผู้พบเห็น ดังนั้นการออกแบบแพคเกจจิ้งจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดอัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยก่อนการเริ่มออกแบบ คุณควรมีข้อมูลเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ดังต่อไปนี้ครบถ้วนกันเสียก่อน สีหลัก เฉดสีที่เลือกใช้: ชื่อสี โค้ดสี ฟ้อนต์ตัวอักษร: ให้ระบุการใช้ให้ชัดเจน อาทิ ตัวหนาสำหรับหัวข้อ ตัวเล็กบางสำหรับข้อมูลทั่วไป โลโก้ของแบรนด์: จัดเตรียมประเภทไฟล์ที่เหมาะสม เพื่อการจัดพิมพ์ 2. ข้อมูลที่ต้องมีบนแพคเกจจิ้ง แต่ละประเภทสินค้า แต่ละแบรนด์ ย่อมมีข้อมูลเพื่อการปริ้นท์บนแพคเกจจิ้งแตกต่างกันไป ดังนั้นเพื่อสร้างแพคเกจจิ้งตรงใจ สามารถใช้งานได้จริง การมีข้อมูลในส่วนนี้ไว้ครบถ้วนก่อนจึงสำคัญมากนะครับ ทั้งนี้ข้อมูลที่ต้องมีเพื่อระบุบนแพคเกจจิ้ง ก็ได้แก่ ข้อความ: เช่น ชื่อสินค้า คำขวัญ คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับสินค้า รูปภาพ: ไม่ว่าจะภาพพรีเซนเตอร์ ภาพส่วนประกอบ หรือภาพสินค้า ขอให้จัดเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนเริ่มต้นการออกแบบ เครื่องหมายที่จำเป็น: อาทิ บาร์โค้ด เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองจากภาครัฐ ข้อมูลอื่นๆ: อาทิ ข้อมูลตามกฎหมาย ที่อาจต้องเปลี่ยนแปลงภายหลัง หรือยังเป็นข้อมูลที่ไม่แน่นอน (ซึ่งคุณไม่อาจจำเป็นต้องปริ้นท์ลงบนแพคเกจจิ้งโดยตรง แต่อย่าลืมเหลือเนื้อที่ สำหรับการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนนี้ เช่นพื้นที่เพื่อแปะสติ๊กเกอร์ หรือปริ๊นท์ลงในภายหลังด้วยนะครับ) 3. แบบที่ชอบ สไตล์ที่ใช่ ขอให้รวบรวมแพคเกจจิ้งที่ชอบ เห็นทีไรถูกใจทุกทีไว้เลยนะครับ เลือกเก็บไว้หลายๆแบบ อาจใช้วิธีการถ่ายภาพ ครอปภาพมาไว้ก็ได้ นอกจากนี้ลองนึกถึงวัสดุสำหรับทำแพคเกจจิ้งของคุณด้วย เพราะข้อมูลของแบบแพคเกจจิ้งที่ชอบ จะสามารถนำมาประยุกต์รวมกัน หรือให้ไอเดียแก่ผู้ออกแบบ เพื่อสร้างเป็นแพคเกจจิ้งในฝันให้กับแบรนด์ของคุณได้นั่นเอง 4. งบประมาณ งบประมาณการผลิต และต้นทุนของแพคเกจจิ้ง คืออีกข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนเริ่มลงมือออกแบบ ทั้งนี้ต้นทุน หรือเรื่องเงินๆทองๆของการผลิตแพคเกจจิ้งที่ว่า จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อการออกแบบ ครอบคลุมถึง ค่าจ้างออกแบบ ค่าแม่พิมพ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในหมวดนี้ มักจ่ายกันเพียงครั้งเดียวเพื่อการใช้ที่ยาวนาน ต้นทุนต่อชิ้น ซึ่งรวมถึงค่าวัสดุและค่าแรงงานที่ใช้ต่อแพคเกจจิ้งหนึ่งชิ้น นอกจากนี้ อย่าลืมว่า งบประมาณที่ถูกกว่าใช่ว่าดีกว่าเสมอไป เพราะการใช้วัสดุคุณภาพดี การออกแบบมีคุณภาพ จะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าให้ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์คู่แข่งอย่างไรก็ตาม การออกแบบแพคเกจจิ้งที่ดี ให้มีภาพลักษณ์เตะตา น่าดึงดูด ที่คำนึงถึงความเหมาะสม และถูกใจทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายก็สามารถทำได้ในราคาประหยัด และต้นทุนที่ถูกกว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ความคิด ไอเดียและความเชี่ยวชาญในการออกแบบแพคเกจจิ้งนั่นเอง Credit: 99designs