สร้างแบรนด์ดัง ปังได้ใน 7 ขั้นตอน

01 May 2020
แบ่งปันข้อความนี้
facebook line
copylink
"

สร้างแบรนด์ดัง ปังได้ใน 7 ขั้นตอน

สร้างแบรนด์ดัง ปังได้ใน 7 ขั้นตอน

“ทำยังไงนะให้แบรนด์ติดตลาด”
“ทำยังไงนะ ให้คนจำแบรนด์ จำกล่อง จำสินค้าของเราได้”
“สร้างแบรนด์ดีๆ ออกแบบบรรจุภัณฑ์เลิศๆ นี่เริ่มกันยังไง?”
LocoPack เชื่อว่า คำถามเกี่ยวกับ “การสร้างแบรนด์”

เหล่านี้น่าจะเป็นคำถามที่ทำให้พ่อค้าแม่ขายเจ้าของธุรกิจทั้งหลายต้องกุมขมับกันมานักต่อนัก
ว่าแล้วเพื่อช่วยให้ทุกท่านสร้างแบรนด์ให้ดัง ปังได้

เราขอนำเสนอ 7 ขั้นตอน การสร้างแบรนด์เวอร์ชั่นเข้าใจง่าย ดังต่อไปนี้


1. ทำความเข้าใจตลาด

ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ เลือกโลโก้ หรือผลิตกล่องกระดาษกันนั้น เราขอชวนคุณเริ่มต้นจากสเต็ปที่ 1 อย่างการพิจารณาทบทวน “ตลาด” ของสินค้ากันสักหน่อย
โดยศึกษาดูว่า “ใคร” คือกลุ่มลูกค้าหลัก และ “ใคร” คือคู่แข่งตัวฉกาจของสินค้า
ซึ่งคุณสามารถทำได้หลายวิธีนะครับ ทั้งผ่านการกูเกิ้ลข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคุณ เพื่อดูว่าใครบ้างที่เป็นคู่แข่งในตลาด
สืบหาข้อมูล ฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าจากกลุ่มลูกค้า สอบถามความเห็นของกลุ่มลูกค้า ว่านิยมเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ไหนอยู่ เช่น สินค้าของคุณคือเครื่องสำอาง ก็ลองสืบเสาะข้อมูลดูว่า กลุ่มลูกค้าหลักของคุณ นิยมซื้อเครื่องสำอางประเภทนี้ จากแบรนด์ไหนกันอยู นิยมซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านตลาดออฟไลน์ นอกจากนี้ต้องไม่ลืมที่จะตรวจตราดูเพจหรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับคุณ และอาจลองใช้วิธีสวมบทบาทลูกค้าเสียเองโดยลองชอปปิ้งดูด้วยตัวเองกันสักครั้งไปเลย


2. กำหนดหน้าตาและบุคลิกของแบรนด์

เพราะทุกๆแบรนด์ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ว่าแล้วขั้นตอนต่อมาของการสร้างแบรนด์ดัง คือการสร้างจุดโฟกัสหรือลักษณะเฉพาะนั่นเองครับ อย่างการออกแบบกล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์ก็เช่นกัน ที่ทั้งนักออกแบบและเจ้าของกิจการจะต้องมีหน้าตาและบุคลิกของแบรนด์กำหนดไว้แล้วในใจ สำหรับขั้นตอนนี้ คุณสามารถทำได้ง่ายๆ โดยลองตอบคำถามง่ายๆเหล่านี้กันก่อนเลย

“อะไรคือคำจำกัดความของสินค้า?”
ลองนึกดูสั้นๆ แต่งประโยคที่พูดถึงจุดเด่นของสินค้าคุณ เพื่อช่วยในการกำหนดหน้าตาและบุคลิกของแบรนด์ เช่น “เราขาย (สินค้า) สำหรับ (กลุ่มลูกค้า) เพื่อ (วัตถุประสงค์) ต่างกับ (คู่แข่ง) (ระบุข้อแตกต่าง)” ซึ่งเมื่อลองเติมข้อความดูจะได้ว่า “เราขายน้ำดื่มสำหรับนักกีฬา ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน แตกต่างจากเจ้าอื่นด้วยแคมเปญ ที่บริษัทจะปลูกต้นไม้เพิ่ม1ต้น สำหรับยอดขายน้ำ 1ขวด” 
“ใช้คำสั้นๆ เพื่ออธิบายสินค้า” 
เพื่อช่วยคุณกำหนดภาพลักษณ์ของแบรนด์ ลองตัดสินใจเลือกคำสั้นๆ เพียงคำเดียวเพื่ออธิบายตัวตนของสินค้าคุณ โดยลองนึกว่าตัวตนแบบไหนกันนะ ที่ลูกค้าจะให้ความสนใจ อาทิ “หรูหรา” “สนุกสนาน” “อ่อนเยาว์” หรือแม้แต่ “เซ็กซี่” นอกจากนี้คุณอาจลองใช้วิธีเปรียบเปรยสินค้าของคุณเป็นสัตว์หรือสิ่งของ เพื่อกำหนดบุคลิกของแบรนด์ หรือเผลอๆอาจใช้เป็นโลโก้ ยี่ห้อให้คุณได้เช่นกัน


3. เลือกชื่อทางธุรกิจ

การตัดสินใจเลือกชื่อทางธุรกิจย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะ และแผนธุรกิจที่วางไว้ หากคุณวางแผนที่จะเพิ่มไลน์สินค้าหรือบริการ การตั้งชื่อให้กว้างและครอบคลุมเข้าไว้ ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการตั้งชื่อแบรนด์ที่ตั้งเพื่อเจาะจงขายสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งในปัจจุบันเราก็มีตัวช่วยหลายช่องทางนะครับสำหรับการตั้งชื่อแบรนด์ ไม่ว่าเว็ปไซต์สำหรับช่วยตั้งชื่อโดยเฉพาะ หรืออาจลองเลือกใช้วิธีการเลือกชื่อผ่านขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ดู 
-สุ่มเลือกชื่อแบรนด์ เช่น Pepsi
-ใช้ศัพท์ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องแต่น่าสนใจ เช่น Apple สำหรับสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์ 
-ใช้คำเปรียบเปรย เช่น Buffer
-อธิบายแบบตรงตัว เช่น The Shoe Company 
-สลับสับเปลี่ยนตัวอักษร หรือใช้ภาษาต่างประเทศเข้ามาผสม เช่น Tumblr (Tumbler) หรือ Activia 
-ใช้ตัวอักษรย่อ เช่น HBO (ที่มาจาก Home Box Office) 
-ใช้เทคนิครวมคำ เช่น Pinterest (จาก pin interest) หรือ Facebook (Face+Book)


4. เลือกสีและฟอนท์ตัวอักษร

การเลือกสี: นอกจากสีจะบ่งบอกลักษณะเฉพาะของแบรนด์ได้แล้ว สียังทำหน้าที่สื่อสารกับผู้พบเห็นผ่านบรรจุภัณฑ์ และกล่องกระดาษใส่สินค้า โดยสีจะเป็นตัวส่งต่ออารมณ์ ความรู้สึก เกี่ยวกับแบรนด์สู่บุคคลภายนอก นอกจากนี้คุณควรเลือกสีที่แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง เพื่อไม่ให้ผู้พบเห็นจำสับสน และสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ กล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์อื่นๆของคุณ (ลองพิจารณาภาพข้างต้น ที่เปรียบเทียบสีแต่ละสีสามารถบ่งบอกได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันไป)


การเลือกฟ้อนท์: สำหรับเทคนิคของการเลือกฟ้อนท์นั้น คือพยายามอย่าเลือกฟ้อนท์เกิน 2 ฟ้อนท์สำหรับใช้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสำหรับเว็ปไซต์ของคุณเพราะจะดูน่าสับสนมึนงงจนเกินไป นอกจากนี้เครื่องมือออกแบบบนโลกออนไลน์อย่างโปรแกรม Font Pair สามารถช่วยคุณจับคู่ฟ้อนท์ได้อย่างน่าสนใจ



5. ตั้งสโลแกน

แบรนด์ที่ดีควรมีสโลแกนที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยสโลแกนนั้นควรสั้นกระทัดรัด และได้ใจความเหมาะสมนะครับ เพราะสโลแกนของสินค้าคุณ ย่อมถูกใช้สำหรับการเขียนลงบนสื่อกลางการสื่อสารต่างๆ ทั้ง โฆษณา ฉลาก บรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษ เว็บไซต์ หรือแม้แต่นามบัตรของผู้บริหาร ทั้งนี้สโลแกนก็สามารถเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เพื่อก้าวทันเทรนด์ตลาดเช่นกัน เพราะอย่างแบรนด์ดังระดับโลกแบบ Pepsi เองก็เปลี่ยนสโลแกนมาแล้วกว่า 30 ครั้งเลยทีเดียว 

ทั้งนี้เทคนิคการตั้งสโลแกนที่น่าสนใจได้แก่ การบอกข้อดีของสินค้า เช่น “The World’s Strongest Coffee” (DeathWish Coffee) การเปรียบเทียบเปรียบเปรยสินค้า “Redbull gives you wings” ใช้คำคล้องจอง “The best part of wakin’ up in Folgers in yours cup.” เป็นต้น


6. ออกแบบโลโก้

โลโก้ หรือเครื่องหมายการค้า นับเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้คนจะนึกถึงเมื่อนึกถึงการสร้างแบรนด์ ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกนะครับ เพราะโลโก้จะกลายเป็นสัญลักษณ์หลักของกิจการคุณ ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะต้องสร้างโลโก้ที่มีเอกลักษณ์ สามารถบ่งบอกตัวจน และที่สำคัญ ในขั้นตอนการออกแบบโลโก้ต้องอย่าลืมคำนึงว่า โลโก้จะต้องสามารถใช้ได้กับการออกแบบสื่อโฆษณาทุกขนาด ทุกประเภท ทั้งการปรากฎบนเพจเฟสบุค หรืออินสตราแกรม รวมไปถึงวางอยู่บนตัวบรรจุภัณฑ์ สินค้าของคุณเอง

โดยอาจเลือกใช้โลโก้มากกว่าหนึ่งแบบ เพื่อความเหมาะสมกับการใช้งานจริง อย่างโลโก้ของห้างสรรพสินค้า Walmart ที่ทางแบรนด์เลือกใช้โลโก้สัญลักษณ์สำหรับรูปโปรไฟล์บนเฟสบุค และโลโก้ที่เป็นตัวอักษร (wordmark) สำหรับธุรกิจอีกประเภทในเครือเดียวกัน และต้องอย่าลืมว่า โลโก้ของคุณควรที่จะสอดคล้องกับสีและฟ้อนท์ที่คุณเลือกไว้ตามหัวข้อก่อนหน้านี้

นอกจากนี้โลโก้ยังมีหลายประเภทให้คุณเลือกใช้ ทั้งแบบ Abstract อย่างโลโก้ของ Google Chrome ที่ตัวโลโก้ไม่ได้บ่งบอกความหมายโดยตรง โลโก้ที่ใช้ Mascot หรือการใช้ตัวการ์ตูน คาแรกเตอร์ประจำร้านเช่น Wendy’s โลโก้แบบ Emblem หรือผสมผสานระหว่างรูปภาพและตัวอักษรเช่น Starbucks โลโก้แบบ Lettermark ของ IBM หรืออาจเลือกใช้โลโก้ชนิด Icom แนวเดียวกับ Twitter


7. พัฒนาแบรนด์สม่ำเสมอ

เมื่อแบรนด์คุณเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ได้ทั้งชื่อ ได้สี ฟ้อนท์ และโลโก้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางหรือสินค้าประเภทใด คุณก็ยังคงมีหน้าที่ตามสเต็ปที่ 7 นั่นก็คือการไม่หยุดหย่อนพัฒนาแบรนด์! เพราะแบรนด์ที่ดัง ปังได้ ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ความใส่ใจ และมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์ ศึกษาตลาด ตามเทรนด์ให้ทันอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้า บริการ รวมถึงการตัดสินใจเลือกใช้ กล่องบรรจุภัณฑ์หน้าตาดี หรือแพคเกจจิ้งสวยงามนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืนและงอกงาม


Credit: Shopify
แบ่งปันข้อความนี้
facebook line
copylink